2006/Dec/12

.....อากาศวันนี้ช่างครึ่มฟ้าฝน
หมองหม่นเทาดำ ชวนเงียบเหงาสิ้นดี
ตกบ่ายอิดออดการงาน ไปนั่งปล่อยใจ
ร้านกาแฟ...ร้านกาแฟริมน้ำ
กับคาปูชิโน่เย็นรสเลิศ..ช่างสำราญ
25.09.06

......ระยะนี้ฟ้าฝนดูช่างเป็นใจ แก่การเกียจคร้านการงานเสียจริง
ในวันเดียวกัน เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก
.....ช่างหาความแน่นอนไม่ได้เลย จะไปเอาอะไรกับชีวิตล่ะ
เอาเป็นว่าอากาศเย็นกำลังดี ลืมเรื่องการงาน แล้วนอนเอนกาย
ฟังเสียงฝนตก ให้เพลินอารมณ์ ก็สุขใจดี....
28.09.06

......เส้นทางเดินเหนื่อยหนัก ความพยายาม บวกแรงบันดาลใจ
ยังคงทำหน้าที่ประสาน เรากับโลกไว้ได้ดี กระนั้นต้องมิใช้เพื่อตนเอง
คุณค่าของการเดินทางของเราจึงปรากฎ
02.10.06

.......ระยะเวลาแห่งการดำรงอยู่ของตัวตนเรานั้น
ช่างแสนสั้น
......พึงกระทำสิ่งอันควรค่าแก่การดำรงด้วย
ความว่าง
......ภาพลวงชวนหลงใหลนั้นช่างดาดดื่น
ทุกวินาที
.....จึงผู้มีสติ มิลืมตน นั้นดอก
เป็นสุขแท้....
02.10.06.

.......การหยุดชะงักลังเลและพะว้าพะวังนั้น
สร้างความทุกข์ยิ่งนัก การเดินทางก็ทุกข์ ไม่เดินยิ่งทุกข์
03.10.06.

......วันนี้โดนยิ้มเยาะ เป็นรอยยิ้มที่แฝงด้วยความอ่อนโยน
ภาพที่เห็น เกิดขึ้นหลังจากก้าวเท้าลงรถเมย์ (134ก) ในระดับสายตา
คือภาพชินตา ของท้องถนนอันคราคร่ำด้วยรถรา ตึกรามบ้านช่อง
เบียดเสียด จนต้องบิดกายเบือนหน้าหนี สูงขึ้นไปจากระดับสายตา
คือ สะพานลอยข้ามถนน เหนือสะพานลอยคือ ป้ายโฆษณา ร้านสะดวกซื้อ
.....นอนยิ้มเยาะอยู่เคียงกัน เป็นเธอพระจันทร์ สีนวล รอยยิ้มมุมปากบนใบหน้า
อวบอิ่มของเธอนั้น กัดหยิกฉันจนเจ็บลึกถึงขั้วหัวใจทีเดียว
28.11.06

Comment

Comment:

Tweet