2006/Dec/12

.....ดังงามเงา มิแสงใส ในสลัว
อันเทามืด หม่นมัว ดูเรือนราง
มิสดใส ดังสางฟ้า นภาธาร
มิวับวาม เหมือนรวงร้าน ยามราตรี
.....คือห้องทึบ อันเก่าเก็บ แสนเหน็บชื้น
ระเกะกะ ให้ดาษดื่น หมื่นข้าวของ
ไม่เช็ดถู ฝุ่นผงคราบ ล้วนก่ายกอง
บานหน้าต่าง เพียงหนึ่งช่อง ไว้หายใจ
.....จึงเฝ้ามอง ตาออกดู ทั่วภายนอก
ตรึกผู้คน ผ่านกรอบบาน ให้หดหู่
วันเดือนผ่าน ยันข้ามคืน นั่งเฝ้าดู
มิอยากออก พ้นประตู ดูปลอดภัย
.....เหมือนปิดกั้น ในตัวตน จากภายนอก
อยู่ในซอก ตรอกซอย กลางเมืองใหญ่
แสนเหนื่อยล้า ทุกเรื่องราว โลกเป็นไป
ดังชีวิต สิ้นไร้ ไปวันวัน
.....ณ ที่นั้น เห็นแสงไฟ จรัสวับ
กล่อมสดับ เสียงบรรเลง ระทึกหู
จึงสาวน้อย หน้าใสใส พินิจดู
ไร้สติ จิตมิรู้ ดูชอบกล
.....นั้นใครกัน นอนคดคู่ ข้างถนน
ร้อยฝูงชน เดินพัดผ่าน มิชายเหลียว
นั้นใครกัน นั่งหดหู่ ดูซีดเสียว
หวังได้เพียง แค่เศษเสี้ยว ปันน้ำใจ
.....จึงรีบรุด เก็บเสื้อผ้า และอาภรณ์
ยัดข้าวของ ตระเตรียมจร กระวีวาด
เหมือนบรรลุ ธรรมเที่ยงแท้ วิธีบาท
เพียงในชาติ ให้ได้ใช้ ในชีวิต.........

11.12.06


edit @ 2006/12/12 13:29:07
edit @ 2006/12/12 17:20:15

Comment

Comment:

Tweet